[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนวัดบางโปรง
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ข้อมูลพื้นฐาน
การบริหารงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
การจัดซื้อจัดจ้าง
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตในประเด็นสินบน
การส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
Q&A

สอบถามความพึงพอใจ


  

   เว็บบอร์ด >> >>
'พี่ต้า' เลือกใครพา 'ปืน' ชิงเปแอสเช  VIEW : 16    
โดย ทาม

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 79
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 7
Exp : 17%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 103.107.199.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 14:15:09    ปักหมุดและแบ่งปัน

อาร์เซน่อลเพิ่งฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกหมาด ๆ แต่ มิเกล อาร์เตต้า ไม่มีเวลานั่งยิ้มยาว เพราะเกมใหญ่สุดในรอบ 20 ปีของ “ปืนใหญ่” รออยู่ตรงหน้า นั่นคือรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กับ เปแอสเช ทีมที่หลายฝ่ายยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่ครบเครื่องที่สุดของโลกตอนนี้



หากไม่นับปัญหาอาการเจ็บ ตัวจริงที่ดูล็อกไว้แทบแน่นอนมีเพียง 5 คน คือ ดาบิด ราย่า, วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล, เดแคลน ไรซ์ และ บูกาโย่ ซาก้า ส่วนอีก 6 ตำแหน่งยังเปิดศึกแย่งกันเดือด โดยเฉพาะแนวรุกที่อาจชี้ชะตาถ้วยยุโรปใบแรกของสโมสร

ตำแหน่งหอกเป้าคือโจทย์ใหญ่สุด วิคเตอร์ โยเคเรส ยิงไปแล้ว 21 ประตูรวมทุกรายการ เป็นดาวซัลโวของทีม และถูกดึงมาเพื่อพาอาร์เซน่อลซิวโทรฟี่ใหญ่ แต่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็มีภาษีเกมใหญ่ เคยยิงประตูชัยในนัดชิงรายการนี้ให้เชลซีเมื่อปี 2021 แถมยังซัดประตูสำคัญใส่เบิร์นลี่ย์ก่อนทีมการันตีแชมป์ลีก

จุดต่างคือ ฮาแวร์ตซ์ช่วยเชื่อมเกม ทำให้ทีมครองบอล ยิงมากขึ้น และสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่เมื่อ โยเคเรสลงเล่น “ปืนใหญ่” ก็ยังยิงได้ไม่แพ้กัน แถมมีโอกาสจะแจ้งกว่า โดยช่วงหลังดาวยิงสวีดิชยังพัฒนาการเคลื่อนที่และงานเพรสซิ่ง เห็นชัดจากรอบรองฯ ที่วิ่งมากสุดในทีม 10.6 กิโลเมตร

ฝั่งซ้ายก็มีผลต่อการเลือกหน้าเป้า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่เคยออกสตาร์ตแรง ยิง 6 จาก 7 เกมแรกในแชมเปียนส์ ลีกฤดูกาลนี้ แต่หลังตุงตาข่ายไครัต อัลมาตี้เมื่อ 28 มกราคม เขายิงได้แค่ครั้งเดียวในทุกรายการ และหลุดตำแหน่งตัวจริงไปแล้ว

เลอันโดร ทรอสซาร์จึงกลายเป็นตัวเต็ง เพราะสามประสาน ทรอสซาร์, โยเคเรส และ ซาก้า ทำสถิติชนะ 12 จาก 13 นัดในพรีเมียร์ลีกเมื่อออกสตาร์ตร่วมกัน และเคยประสานงานกันเป็นประตูชัยใส่แอตเลติโก มาดริดในรอบรองฯ เลกสอง ส่วน เอเบเรชี่ เอเซ่ เล่นฝั่งซ้ายได้เช่นกัน แต่ดูแล้ว ทรอสซาร์ยังนำอยู่ครึ่งก้าว

บทบาทเบอร์ 10 แม้ เอเซ่ จะช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกได้อย่างโดดเด่น แต่ มาร์ติน โอเดการ์ด ยังเป็นทั้งกัปตันและหัวใจเกมรุกของอาร์เซน่อล การกลับมาของเขาทำให้ทีมต่อบอลลื่นขึ้น และตัวเลขด้านการสร้างสรรค์เกมยังยืนยันชัดว่าเขายังเหนือใครในทีม

"เขาคือคนที่เชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน ทำให้ทีมไหลลื่นในแบบที่ไม่มีใครทำได้ นั่นคือคุณภาพที่มหาศาล เขาเป็นกัปตัน เป็นผู้นำ และเป็นคนกำหนดจังหวะให้เราแทบทุกเฟสของเกม" อาร์เตต้า เริ่มกล่าว

แดนกลางอีกหนึ่งตำแหน่งคือศึกระหว่าง มาร์ติน ซูบิเมนดี้ กับ ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ รายแรกมีประสบการณ์และเคยยึดเบอร์ 6 ได้ก่อน แต่ลงเล่นไปแล้ว 56 นัดจนเริ่มมีอาการล้า ขณะที่ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษเพิ่งได้โอกาสในเดือนพฤษภาคม แต่ฟอร์มกำลังมาและช่วยเติมความแข็งให้แดนกลางคู่กับ ไรซ์ ได้ดี

แนวรับมี ซาลิบา กับ กาเบรียล เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กหลัก แต่แบ็กขวายังต้องลุ้นความฟิตของ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ หากไม่พร้อม คริสเตียน มอสเกร่า วัย 21 ปีอาจได้ลงต่อ แม้เป็นตำแหน่งไม่ถนัดเต็มตัว ส่วนแบ็กซ้าย ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ดูเหนือกว่า ปิเอโร่ อินคาปิเย่เล็กน้อย เพราะทีมชนะ 10 จาก 11 นัดหลังสุดที่เขาออกสตาร์ต และเข้าขากับทรอสซาร์เป็นอย่างดี

สุดท้าย อาร์เตต้าอาจต้องเสี่ยงโยนเหรียญในหลายตำแหน่ง แต่ในเกมที่ “เดอะ กันเนอร์ส” ไล่ล่าถ้วยยุโรปใบใหญ่ครั้งแรก ทุกชื่อใน 11 ตัวจริงจะกลายเป็นคำตอบว่าพี่ต้ากล้าแค่ไหนในคืนตัดสินฤดูกาล

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufa