[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนวัดบางโปรง
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ข้อมูลพื้นฐาน
การบริหารงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
การจัดซื้อจัดจ้าง
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตในประเด็นสินบน
การส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
Q&A

สอบถามความพึงพอใจ


  

   เว็บบอร์ด >> >>
พญาอินทรีบุกยึดบอลยุโรป?   VIEW : 3    
โดย วา

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 121
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 8
Exp : 88%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 103.107.199.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 14 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 14:17:00    ปักหมุดและแบ่งปัน

ฟุตบอลโลกกำลังจะบุกสหรัฐฯ แต่การ “เทกโอเวอร์แบบไม่ลับ” ของทุนอเมริกันในวงการลูกหนังยุโรปนั้นปูทางมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งฉายแววจากกลิ่นอายฮอลลีวูดในศึกคลับ เวิลด์ คัพ



ในฤดูกาล 2025/26 พรีเมียร์ลีกมีถึง 13 จาก 20 สโมสรที่มีผู้ถือหุ้นชาวอเมริกันอย่างน้อยในระดับเสียงข้างน้อย ขณะที่ลีกท็อปไฟว์ยุโรปมีสัดส่วนสโมสรที่มีทุนมะกันถือหุ้นแตะ 32 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่นับทีมระดับรองลงมาอย่างเร็กซ์แฮมและเบอร์มิงแฮมที่กลายเป็นตัวอย่างชัดเจน

ความนิยมฟุตบอลในแดน “พญาอินทรี” ก็พุ่งแรงไม่ธรรมดา ผลศึกษาของนีลเส็นระบุว่าในปี 2025 มีการรับชมฟุตบอลในสหรัฐฯ เกือบ 80,000 ล้านนาที และ 33 เปอร์เซ็นต์ของประชากรอเมริกันคาดว่าตัวเองจะสนใจฟุตบอลมากขึ้นในอีก 18 เดือนข้างหน้า

จุดเปลี่ยนสำคัญถูกโยงกลับไปหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวเร็วกว่าในยุโรป ทำให้เศรษฐีและมหาเศรษฐีอเมริกันมีทุนพร้อมทุ่ม แต่กีฬาใหญ่ในบ้านตัวเองอย่างเอ็นเอฟแอล, เอ็นบีเอ, เอ็มแอลบี และเอ็นเอชแอลเป็นระบบแฟรนไชส์ปิด ราคาสูงลิ่วและเจ้าของเดิมไม่รีบขาย

"ถ้าคุณจะซื้อทีมเอ็นเอฟแอล ต้องใช้เงินระหว่าง 5,000 ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้นักลงทุนมั่งคั่งจำนวนมากถอย ทางเลือกคือมองข้ามมหาสมุทรมาแทน" คีแรน แม็กไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญการเงินฟุตบอล เริ่มกล่าว

เสน่ห์ของฟุตบอลอังกฤษคือมูลค่ายังต่ำกว่ากีฬายักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด แม้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หรือ “สาลิกาดง” จะถูกฟอร์บส์จัดเป็นทีมมูลค่าสูงอันดับ 8 ของพรีเมียร์ลีกและอันดับ 19 ของโลกในปี 2025 แต่ยังมีมูลค่าน้อยกว่าโคลัมบัส บลู แจ็คเก็ตส์ ทีมมูลค่าต่ำสุดในเอ็นเอชแอล ทั้งที่ยอดผู้ติดตามโซเชียลและความจุเซนต์ เจมส์ พาร์คเหนือกว่าหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แฟนบอลยุโรปเริ่มหวั่นคือแนวคิดแบบอเมริกันที่เน้นโกยรายได้จากสินทรัพย์ให้มากที่สุด ทั้งค่าตั๋ว ประสบการณ์วันแข่งขัน และการปรับสินค้าให้ขายโทรทัศน์ง่ายขึ้น แม็กไกวร์ชี้ว่ากีฬาอเมริกันได้เปรียบเพราะไม่มีตกชั้น มีระบบดราฟต์ และมีช่วงโฆษณาถี่ ต่างจากฟุตบอลที่เล่นครึ่งละ 45 นาทีแทบไม่มีช่องให้ขายโฆษณา

ฝั่งอดัม ซอมเมอร์เฟลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมองว่าอังกฤษยังเป็นตลาดที่ “น่าลงทุนที่สุด” เมื่อเทียบกับอิตาลีที่ทำธุรกรรมยาก เยอรมนีติดโมเดล 50+1 และฝรั่งเศสมีปัญหาดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โดยเขายังเชื่อว่าทุนอเมริกันจะเดินหน้าบุกตลาดต่อไป ทั้งจากไพรเวตอิควิตี้ มหาเศรษฐีตระกูลใหญ่ และเจ้าของทีมจากกีฬาใหญ่ในสหรัฐฯ

"ผมยังยืนยันคำเดิม มันอาจช้าลงเล็กน้อยตามวัฏจักรการลงทุน แต่ยากจะเห็นว่านักลงทุนกลุ่มถัดไปจะมาจากไหน ผมคิดว่ามันจะยังเป็นอเมริกันต่อไป" ซอมเมอร์เฟลด์ กล่าวทิ้งท้าย

เมื่อฟุตบอลโลก 2026 กำลังทำให้สหรัฐฯ อยู่กลางสปอตไลต์ ลูกหนังอังกฤษจึงไม่ได้เจอแค่กระแสแฟนบอลใหม่ แต่กำลังเจอกับทุนใหม่ แนวคิดใหม่ และคำถามใหญ่กว่าเดิมว่าแฟนบอลต้องปรับตัวอีกแค่ไหนกับเกมที่เริ่มถูกเขย่าจากอีกฝั่งมหาสมุทร

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufabet